บ้านโมเดิร์นกลางเมืองใหญ่ เก๋ถ่อมตน ถึงแม้บนถนนวิภาวดีจะขึ้นชื่อในเรื่องรถติด แต่กลับมีบ้านเดี่ยวที่หลุดจากวงโคจรวุ่นวายของภายนอกหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังประตูรั้วเหล็ก บ้านที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ คือแบบบ้านหน้าตาสะอาดเรียบโก้ ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง บนผืนดินขนาด 390 ตารางเมตร ตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นของสามีภรรยาที่มีความชื่นชอบแตกต่างกัน 

แต่งบ้าน

หลอมรวมความชอบไว้ทุกอณู

จึงกลายเป็นความท้าทายของทีมสถาปนิกจาก INchan atelier ว่าจะเนรมิตรื้อถอนบ้านเดี่ยวหลังเดิมอายุกว่า 30 ปีให้กลายเป็นบ้านอยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งคู่ได้อย่างไร ตกแต่งบ้าน สถาปนิกเล่าว่า ” เมื่อตอนแรกเข้ามาดูไซต์งาน

ที่ดินผืนนี้จะอยู่บริเวณหัวมุมถนน ได้รับแสงในช่วงบ่ายและเป็นแสงที่สวยอย่างพอดิบพอดี จึงออกแบบให้บ้านให้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับแสง ” จะเห็นได้ว่ามีช่องเปิดมากมายให้ล้อไปกับแสง โดยคุณ อินทนนท์ 

สถาปนิกผู้ออกแบบได้ให้คำนิยามของสไตล์ของบ้านหลังนี้กับเราว่า ” เก๋ถ่อมตน ” มีความเรียบโก้ โมเดิร์น แต่เป็นมิตร อ่อนน้อมถ่อมตนต่อบริบทโดยรอบแบบบ้านแบบบ้านสวยแบบบ้านโมเดิร์นแบบบ้านสองชั้นSubmit Your Work

  • เมื่อมองจากด้านหน้าจะเผยให้เห็นถึงความเรียบ แต่มีมิติของคิ้วบัว เพิ่มดีเทลของความเป็นบ้านไทยด้วยหลังคาหน้าจั่ว รับกับวัสดุประเภทไม้ที่ถูกนำมาแซมไว้ในบางจุด
  • เจ้าของบ้านหลังนี้มีแนวคิด อยากทุบบ้านหลังเดิม เพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ ให้ตอบโจทย์สมาชิกในครอบครัวซึ่งอยู่รวมกันหลายรุ่น โดยสถาปนิกได้นำเสนอรูปแบบของบ้านให้สอดคล้องสะท้อนความสัมพันธ์ 
  • และคำนึงถึงวิถีชีวิตปัจจุบันที่เปลี่ยนไป สภาพแวดล้อม แสงแดด และภูมิอากาศ นำความชอบของทั้งคู่มารวมไว้ด้วยกัน บ้านจึงมีหน้าตาเรียบไม่โฉ่งฉ่างด้วยโทนสีขาวสะอาดสะอ้าน
  • ตามแบบฉบับของคุณผู้ชาย แต่ทว่าคุณหนูภรรยาอยากให้ดูแนวหวานแบบผู้หญิง จึงเกิดเป็นบ้านตรงกลางที่มีความพอดิบพอดี

เมื่อผ่านส่วนจอดรถเข้ามา จะพบว่าสเปซรอบบ้านถูกแบ่งการใช้งานสำหรับสวนข้างบ้าน และมุมสวนเล็กๆด้านหน้า เน้นพรรณไม้ดูแลง่ายและเข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์น มุมนั่งเล่นด้านข้างทำม้านั่งยาว ปูพื้นไม้ รวมไปถึงมีการนำเสาจากบ้านเก่ามาใช้ เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเรือนไทยที่นำมาสอดแทรกไว้ในบ้านหลังใหม่อย่างกลมกลืน

ภายในถูกแบ่งพื้นที่ใช้สอยโดยคำนึงให้ทุกห้องเป็นสัดเป็นส่วน เพื่อแยกการใช้งานอย่างชัดเจน โดยหยิบอารมณ์หวานๆและความเรียบให้ออกมาในสไตล์ Modern luxury แต่ซ่อนความอบอุ่นเอาไว้ภายในทุกมุม คุณอินทนนท์ ยังเล่าต่ออีกว่า ” อะไรที่เกี่ยวข้องกับผนัง จะทำสีเดียวกับผนัง “ เราจึงสังเกตเห็นทุกอย่างเรียบกลืนลื่นไหลมีความต่อเนื่องกัน

 เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสีขาว แล้วแต่งแต้มด้วยวัสดุไม้จากเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เมื่อเข้ามาจากประตูจะพบกับส่วนห้องนั่งเล่น แม้จะมีขนาดพื้นที่จำกัด แต่ไม่รู้สึกอึดอัด เพราะออกแบบให้มีบานเลื่อนกระจกยาวตลอดแนว มองเห็นทิวทัศน์ของสวนภายนอก ดึงแสงจากธรรมชาติเข้ามาช่วยให้ห้องดูโปร่งสบาย โทนสีเรียบแต่แฝงด้วยความหรูหราดูอ่อนโยนของแชนเดอเลียร์คริสตัล

ต่อเนื่องไปยังห้องรับประทานอาหาร แยกส่วนจากห้องนั่งเล่นด้วยตู้บิลท์อินขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่จำเป็น เพียงวางโต๊ะทานข้าวไม้ จากนั้นประดับโคมไฟทรงกลมเพิ่มมิติ 

แม้ชั้นล่างจะดูโมเดิร์น แต่บริเวณชั้นสองกลับขับเน้นบรรยากาศภายในให้มีความถ่อมตน และมีรายละเอียดงานไม้ที่น่าสนใจ อาทิ พื้นไม้ตะแบกจากบ้านเรือนไทยซึ่งมีความหลากหลายของแผ่นไม้คละสี และฝาปะกนที่นำมาจากบ้านเรือนไทยหลังเก่าของคุณแม่

แล้วนำมาทำสีขาว ให้มีเทกเจอร์สวยงาม ทำให้ห้องโถงดูมีเรื่องราวถ่ายทอดภาพความทรงจำของคุณแม่ ตกแต่งบ้าน ทั้งหมดถูกนำมาประยุกต์ให้เข้ากับบ้านหลังนี้ กลายเป็นของแอนทีคที่หาไม่ได้อีกแล้ว เชื่อมโยงความเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่เคอะเขิน